แนวรับออกทะเล หงส์โดนจิ้งจอกรัวแซงแพ้3นัดติด

0
383

 

หงส์แดง ลิเวอร์พูล ยังคงแก้ปัญหาแนวรับไม่ตกโดน เลสเตอร์ ซิตี้เจ้าบ้าน ยิงแซง3 เม็ดรวด ยัดเยียดความพ่ายแพ้ 3 นัดติดในลีก ส่อหลุดท็อปโฟร์

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2020-21 
เลสเตอร์ฯ 3-1 ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ส่ง โอซาน คาบัก ลงเล่นนัดแรก จับคู่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม คุมแนวรับ โรแบร์โต ฟิร์มิโน, ซาดิโอ มาเน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็น 3 ประสานแดนหน้า เยือน เลสเตอร์ ซิตี ที่มี เจมี วาร์ดี ยืนศูนย์หน้า ประสานงาน เจมส์ แมดดิสัน และ ฮาร์วีย์ บาร์นส

ลิเวอร์พูล เจอปัญหาซ้ำซาก นาที 17 เจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์จอมเก๋า บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยน ติอาโก อัลคานทารา ลงเล่นแทน แต่ภาพรวมยังขึงต่อเนื่อง นาที 26 โรแบร์โต ฟิร์มิโน แปจ่อๆ ติดบล็อก แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวาร บนเส้น

เลสเตอร์ ซิตี ตอบโต้น่ากลัว นาที 42 โอซาน คาบัก เซ็นเตอร์แบ็กป้ายแดง เสียหลักล้ม ปล่อยให้ เจมี วาร์ดี หลุดเดี่ยว แล้วอัดด้วยขวาชนคาน เริ่มครึ่งหลัง แชมป์เก่า หวิดปลดล็อกนาที 57 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ปั่นฟรีคิกแฉลบกำแพงชนคาน

สาวก “เดอะ ค็อป” หน้าจอ คลายความอึดอัดนาที 67 โรแบร์โต ฟิร์มิโน คลึงบอลแล้วตอกส้นให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แปเล่นทางด้วยซ้าย เสียบมุมเสาไกล ขึ้นนำ 1-0 อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่น กลับสู่เกมนาที 78 เจมส์ แมดดิสัน ซัดฟรีคิกด้านซ้ายกึ่งยิงกึ่งผ่าน แดเนียล อมาร์ตีย์ แหย่เท้าสะกิด ผู้ตัดสินตรวจสอบภาพรีเพลย์ ปรากฏว่าไม่ล้ำหน้า เสมอกัน 1-1

สกอร์ไหลเป็น 2-1 นาที 81 เมื่อโอซาน คาบัก กับ อลิสสัน สื่อสารกันไม่เข้าใจเป็นเหตุให้ เจมี วาร์ดี เก็บส้มหล่นยิงง่ายๆ

จากนั้น “เดอะ ฟ็อกซ์” ตอกฝาโลงสนิท นาที 85 วิลเฟร็ด เอ็นดิดี แทงตามน้ำให้ ฮาร์วีย์ บาร์นส หลุดเดี่ยว แปด้วยขวาเสียบมุมเสาไกล ย้ำชัย 3-1 จบเกม เลสเตอร์ฯ มี 46 แต้ม ส่วน ลิเวอร์พูล มี 40 แต้ม เท่าเดิม จ่อเสียอันดับ 4

รายชื่อ 11 ตัวจริง

เลสเตอร์ฯ : แคสเปอร์ ชไมเคิล, จอนนี อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนคู, แดเนียล อมาร์ตีย์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี, ยูริ ตีเลม็องส์, มาร์ค อัลไบรจ์ตัน, ริคาร์โด เปไรรา, เจมี วาร์ดี, ฮาร์วีย์ บาร์นส, เจมส์ แมดดิสัน

ลิเวอร์พูล : อลิสสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โอซาน คาบัก, แอนดี โรเบิร์ตสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, เคอร์ติส โจนส์, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต ฟิร์มิโน, ซาดิโอ มาเน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์